คริสตจักรกิจการของพระคริสต์
บทที่ 8 : พิธีมหาสนิท
บทที่ 8 : พิธีมหาสนิท

บทที่ 8 : พิธีมหาสนิท

บทเรียนซีรีส์พื้นฐานชีวิตคริสเตียน บทที่ 8 : พิธีมหาสนิท

พิธีมหาสนิท

พิธีมหาสนิท เป็นพิธีที่คริสเตียนกระทำเพื่อระลึกถึงพระคุณความรักของพระเยซูคริสต์ที่ทรงสละพระชนม์ชีพเพื่อเราโดยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และเป็นการเตือนให้ระลึกถึงและตระหนักว่าพระเยซูได้ทำพันธสัญญากับผู้เชื่อวางใจในพระองค์

พระเยซูทรงใช้ขนมปังและน้ำองุ่นในพิธีปัสการของยิวที่เล็งให้เห็นการไถ่โดยพระคุณของพระเจ้า พระเจ้าช่วยคนอิสราเอลออกมาจากการเป็นทาสในอียิปต์ เพื่อนำเขามาเป็นชนชาติของพระเจ้า คนยิวในสมัยพระเยซูทำพิธีนี้ทุกปีเพื่อเตือนให้ไม่ลืมพระคุณของพระเจ้า พระเยซูทรงใช้พิธีนี้เพื่อให้สาวกเข้าใจว่าพระองค์คือพระผู้ไถ่ที่แท้จริงโดยการสิ้นพระชนม์เพื่อรับโทษแทน และทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูเป็นพระผู้ไถ่ของเขาจะได้รับชีวิตนิรันดร์เมื่อพระองค์เสด็จกลับมา

มัทธิว 26:26-29  26ระหว่างรับประทานอยู่นั้น พระเยซูทรงหยิบขนมปังขึ้นมา และเมื่อขอพระพรแล้ว ก็ทรงหักส่งให้บรรดาสาวกตรัสว่า “จงรับไปกินเถิด นี่เป็นกายของเรา” 27แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย เมื่อขอบพระคุณแล้ว ก็ทรงส่งให้พวกเขาตรัสว่า “จงรับไปดื่มทุกคนเถิด 28เพราะว่านี่เป็นโลหิตของเราอันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนจำนวนมาก 29เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มจากผลของเถาองุ่นนี้อีกต่อไปจนกว่าจะถึงวันนั้น ที่เราจะดื่มกับพวกท่านอีกในแผ่นดินแห่งพระบิดาของเรา”

พิธีมหาสนิทมีความสำคัญอย่างไร

1.เป็นอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูกับเหล่าสาวก

ลูกา 22:16 เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่รับประทานปัสกานี้อีกจนกว่าจะสำเร็จความหมายของปัสกานั้นในแผ่นดินของพระเจ้า

หลังจากพิธีมหาสนิท คืนนั้นพระเยซูทรงอธิษฐานที่สวนเกทเสมนี ทรงถูกจับเวลาเช้ามืด หลังจากนั้นทรงถูกตัดสินประหารชีวิตโดยตรึงไว้ที่กางเขน สิ่งที่นักการศาสนาและมารซาตานเข้าใจว่าได้เอาชนะพระเยซูคริสต์ไปแล้วนั้น กลับกลายเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในการไถ่บาปเรา

พระเยซูมุ่งไปสู่กางเขนจนสำเร็จ สิ่งที่พระองค์กระทำ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เป็นสิ่งที่มีความหมายและน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง

2. เป็นการประกาศว่าพระเยซูได้มาไถ่บาปโดยการสิ้นพระชนม์เพื่อเราจะได้ชีวิต

มัทธิว 26:26-28  26ระหว่างรับประทานอยู่นั้น พระเยซูทรงหยิบขนมปังขึ้นมา และเมื่อขอพระพรแล้ว ก็ทรงหักส่งให้บรรดาสาวกตรัสว่า “จงรับไปกินเถิด นี่เป็นกายของเรา” 27แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย เมื่อขอบพระคุณแล้ว ก็ทรงส่งให้พวกเขาตรัสว่า “จงรับไปดื่มทุกคนเถิด  28เพราะว่านี่เป็นโลหิตของเราอันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนจำนวนมาก

ผู้ที่เชื่อวางใจในพระองค์ได้เข้าในพันธสัญญาของพระเยซูที่จะได้รับชีวิตใหม่ในพระเยซู (ยน 6:53-58)

3. เป็นช่วงเวลาแห่งความหวังใจในวาระสุดท้าย

เป็นความหวังใจว่าพระเยซูจะกลับมาแน่นอน

1 โครินธ์ 11:26 เพราะว่าเมื่อใดที่พวกท่านกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้ ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา

ลูกา 22:29-30  พระบิดาทรงจัดเตรียมและทรงมอบอาณาจักรให้แก่เราอย่างไร เราก็จัดเตรียมและมอบให้แก่ท่านเหมือนกัน เพื่อที่ท่านทั้งหลายจะได้กินและดื่มที่โต๊ะของเราในอาณาจักรของเรา และท่านจะได้นั่งบนบัลลังก์พิพากษาอิสราเอลสิบสองเผ่า

พระเยซูกำลังจะจากไป ทรงประทานความหวังใจแก่สาวกว่าวันข้างหน้าพระองค์จะทรงกินและดื่มแบบนี้ไม่ใช่บนโลก แต่ในอาณาจักรของพระเจ้าในวันสุดท้ายคือวันแห่งการพิพากษา สิ่งนี้เป็นความหวังใจของเราเช่นเดียวกัน

4. คริสเตียนควรร่วมพิธีนี้ด้วยการระลึกถึงข่าวประเสริฐนี้ด้วยท่าทีขอบพระคุณและยำเกรงพระเจ้า

1 โครินธ์ 11:27-32 27ฉะนั้นถ้าใครกินขนมปัง หรือดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่เหมาะสม เขาก็ทำผิดต่อพระกายและพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า 28ทุกคนจงสำรวจตัวเอง แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้ 29เพราะว่าคนที่กินและดื่มโดยไม่ได้ตระหนักถึงพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็กินและดื่มเป็นเหตุให้ตนเองถูกลงโทษ 30เพราะเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนแอและเจ็บป่วย และบ้างก็ล่วงหลับไป 31แต่ถ้าเราวินิจฉัยตัวเอง เราคงไม่ต้องถูกพิพากษา 32เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพิพากษาเรานั้น พระองค์ทรงตีสอนเรา เพื่อไม่ให้เราถูกพิพากษาด้วยกันกับโลก

ในคริสตจักรยุคแรกเรียกพิธีนี้ว่า Eucharist (eucharistesas แปลว่า give thanks การขอบพระคุณพระเจ้า) และการตั้งใจที่จะรักษาชีวิตในความชอบธรรม บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า รอคอยวันพระเยซูกลับมา

เกิดอะไรขึ้นในระหว่างอาหารมื้อสุดท้าย

1. พระเยซูทรงล้างเท้าสาวก

เวลานั้นสาวกของพระเยซูถกเถียงกันว่าใครจะเป็นใหญ่กว่าใคร เวลานั้นพระเยซูทรงให้หลักการที่สำคัญมากคือหากผู้ใดจะเป็นใหญ่ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้รับใช้ปรนนิบัติคนทั้งปวง ไม่ใช่เป็นผู้ที่รับการปรนนิบัติ

ลูกา 22:26   แต่พวกท่านจะไม่เป็นอย่างนั้น ในพวกท่านคนที่เป็นใหญ่ต้องเป็นเหมือนเด็ก และคนที่เป็นนายต้องเป็นเหมือนผู้ปรนนิบัติ

ทรงทำสิ่งที่ทำให้เหล่าสาวกประหลาดใจมากในระหว่างอาหารมื้อสุดท้าย เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่อาจารย์จะกระทำ คือการล้างเท้าสาวกทีละคนรวมถึงยูดาสผู้ที่จะทรยศพระเยซูด้วย

ยอห์น 13:4-5  พระองค์ทรงลุกจากการเสวยอาหาร ทรงถอดฉลองพระองค์ออกวางไว้ และทรงเอาผ้าเช็ดตัวคาดเอวของพระองค์ แล้วทรงเทน้ำลงในอ่างและทรงเอาน้ำล้างเท้าของพวกสาวก และทรงเช็ดด้วยผ้าที่ทรงคาดเอวไว้นั้น

พระเยซูทรงตั้งใจวางแบบอย่างที่สำคัญมากในการรับใช้ คือให้เรารับใช้กันและกันด้วยความถ่อมใจ ยินดีทำในสิ่งที่ต่ำต้อยไร้เกียรติ ถ่อมใจต่อกันและกันด้วยใจและการกระทำ

ยอห์น 13:14 เพราะฉะนั้นถ้าเราผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระอาจารย์ยังล้างเท้าของพวกท่าน ท่านก็ควรจะล้างเท้าของกันและกันด้วย

ในตอนนี้จึงให้ข้อคิดที่สำคัญมากแก่เราคือ พระเยซูทรงรักเราจนถึงที่สุด แม้เราจะไม่สมบูรณ์ หรือจิตใจของเราได้ออกห่างไปจากพระองค์แล้วแบบยูดาสก็ตาม[1] ทรงแสดงความถ่อมพระทัย ทรงวางแบบอย่างแก่เราในการปรนนิบัติกันและกัน

2. ทรงประทานบัญญัติใหม่ให้เรารักซึ่งกันและกัน

ยอห์น 13:34-35 เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่าน คือให้รักซึ่งกันและกัน เรารักพวกท่านมาแล้วอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา”

ส่วนสำคัญของพันธสัญญาใหม่คือบัญญัติใหม่เมื่อพระเยซูทรงเป็นแบบอย่างของความรักแล้ว เราควรรักกันและกันมากยิ่งกว่ารักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเองแต่รักกันและกันเหมือนพระเยซูทรงรักเรา (1 ยอห์น 3:16)

ดังนั้นเมื่อเราเข้ามาสู่พิธีนี้ ให้เรากลับมาระลึกถึงแบบอย่างความรักของพระเยซูทรงทรงมีต่อเรา ให้เราตัดสินใจให้อภัยความผิดของพี่น้องและกลับมารักซึ่งกันและกันอย่างแท้จริงเสมอไป

พิธีมหาสนิทในภาคปฎิบัติ

ขั้นตอนพิธีมหาสนิทโดยทั่วไปจะเป็นดังนี้

  1. อธิษฐานให้ที่ประชุมอยู่ในความสงบและระลึกถึงความหมายของพิธีมหาสนิท
  2. ขอให้ผู้ที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าอยู่ในความสงบโดยไม่ต้องรับพิธีนี้จนกว่าจะเชื่อวางใจในการไถ่ของพระเยซู
  3. หนุนใจให้ตระหนักในการให้อภัยบาปของพระเยซูคริสต์ ตระหนักในความรักของพระเยซูที่ยินดีรับโทษบาปของเราเพื่อเราจะยินดีให้อภัยผู้อื่น และกลับมาคืนดีกับพระเจ้าและพี่น้อง
  4. รับประทานขนมปังและน้ำองุ่นตามลำดับในที่ประชุมด้วยใจขอบพระคุณพระเจ้า

 

ผู้เขียน: อจ. ดร.กนก ลีฬหเกรียงไกร

 

ข้อมูลอ้างอิง

Matthew L. Skinner. Maundy Thursday: What Happened At The Last Supper?. Luther Seminary in Saint Paul. 2017.

Jonathan Klawans. Was Jesus’ Last Supper a Seder?. Biblical Archaeology Daily Magazine. Dec 2017.

All about Jesus Christ.org. The Last Supper: The Significance. [Also Available online] http://www.allaboutjesuschrist.org/the-last-supper.htm. June 2017.

[1] แม้กระนั้นก็ตามการแสดงออกถึงความถ่อมพระทัยของพระเยซูก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจยูดาสได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น